การทำตาสองชั้นเป็นศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมจากคนเอเชียอย่างมาก เพราะชั้นตาที่สวยจะทำให้ลักษณะหน้าของคนเอเชียคมขึ้นได้ แถมตาโตๆ ก็จะทำให้หน้าดูเป๊ะขึ้น การแต่งหน้าก็จะสวยยิ่งขึ้นไปอีก การทำตา 2 ชั้นจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยหากต้องการเปลี่ยนหน้าให้มีเสน่ห์ อย่างไรก็ตามการทำตาสองชั้นก็เหมือนกับการทำศัลยกรรมอื่นๆ คือต้องมีการวางแผนอย่างดี อ่านรีวิวทำตาอย่างละเอียด และเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ดีและตอบโจทย์ที่สุด โดยคุณควรรู้ข้อมูลเหล่านี้ไว้ก่อนการทำตา เพื่อให้เข้าใจได้อย่างละเอียดและตัดสินใจได้อย่างไม่ผิดพลาด

 

การทำตาสองชั้นมีหลายเทคนิค

 

  • ทำตาสองชั้นแบบเย็บ 3 จุด ซึ่งจะมีข้อดีคือใช้เวลาพักฟื้นน้อยมาก อาการบวมช้ำน้อยกว่า แต่มีข้อเสียคือชั้นตาอาจจะหลุดง่าย หรือค่อยๆ เลื่อนลงมาเป็นชั้นตาเหมือนเดิมเมื่อผ่านเวลาไป เพราะการเย็บ 3 จุดจะไม่สามารถดึงเนื้อเยื่อส่วนเกินหรือชั้นไขมันออกมาได้
  • ใช้เลเซอร์ทำชั้นตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีตาสองชั้นอยู่แล้วแต่อยากให้ชั้นตาชัดเจนขึ้น ซึ่งเทคนิคจะไม่เห็นผลชัดเจนเท่ากับการผ่าตัด
  • ทำตา 2 ชั้นแบบกรีดแผลสั้นหรือยาว ถือเป็นการทำตาที่ได้ผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด และสามารถดึงชั้นไขมันออกมาได้ แต่ก็มีข้อเสียคือการพักฟื้นจะใช้เวลามากกว่า เนื่องจากอาการบวมช้ำ หรือรอยแผลต่างๆ จะหายช้าลง

 

 

การทำตา 2 ชั้น ไม่เจ็บอย่างที่คิด

แม้จะใช้ได้เฉพาะเทคนิคยาชา เพราะศัลยแพทย์ต้องให้กระพริบหรือลืมตาอยู่บางจังหวะ แต่แพทย์ก็จะใช้วิธีฉีดยาชาเข้าไปในเปลือกตาด้านใน ซึ่งการทำตาจะเจ็บเล็กน้อยเฉพาะตอนฉีดยาเท่านั้น

 

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด

โดยส่วนมากหลังการทำตาแบบผ่าตัดหรือเย็บจุด แผลไม่ควรสัมผัสน้ำอย่างน้อย 5 วัน หรือตามระยะเวลาที่แพทย์สั่ง อีกทั้งต้องทานยา และทายาบริเวณแผลอย่างเคร่งครัดเพื่อไม่ให้แผลติดเชื้อ โดยแผลจะเริ่มหายและดวงตาจะเริ่มสวยเข้าที่หลังผ่านไปประมาณ 7-14 วันเท่านั้น

 

การทำตา 2 ชั้นช่วยเปลี่ยนใบหน้าเดิมๆ ให้สวย คม เป๊ะขึ้นได้จริง อย่างไรก็ตามการทำตาสองชั้นก็ยังเป็นศัลยกรรมที่ต้องวางแผนให้ดีที่สุด เพราะดวงตาถือเป็นหน้าต่างของหัวใจ และเป็นองค์ประกอบบนใบหน้าที่สำคัญที่สุดเช่นกัน ซึ่งตามตำราโหงวเฮ้ง ดวงตานั้นถือเป็นภูเขาสองลูกสำคัญบนใบหน้า ดวงตาดีก็จะเสริมพลังชีวิตที่ดีได้อีกด้วย

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการทำตาสองชั้น
shares